อุทิศ เหมะมูล นักเขียนนวนิยายร่วมสมัยชั้นแนวหน้าของไทย ผู้ถ่ายทอดอัตลักษณ์และภาวะจิตใจภายในของปัจเจกบุคคลในปัจจุบันของเอเชียออกมาได้อย่างชัดเจน จนได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ร่วมด้วย โทชิกิ โอกาดะ ผู้ก่อตั้งคณะละครเชลฟิตช์ (chelfitsch) ด้วยสไตล์ผลงานที่นำท่าทางในชีวิตประจำวันของคนหนุ่มสาวมาใส่ในละครร่วมสมัย ทำให้เขาเป็นที่จับตามองจากวงการการละครทั่วโลกอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็เผยแพร่ผลงานที่เกิดจากการพินิจพิจารณาสังคมปัจจุบันตามโรงละครและตามงานเทศกาลต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศเรื่อยมา ศิลปินทั้งสองได้มารวมตัวกันเป็นครั้งแรกเพื่อสร้าง “ปรารถนา : ภาพเหมือนการเข้าสิง” จากนวนิยายเรื่องใหม่ล่าสุดของอุทิศ และดัดแปลงเป็นละครเวทีโดยโทชิกิ จัดแสดงที่กรุงเทพมหานครเป็นที่แรกของโลก! ตัวละครเอกของเรื่องคือจิตรกรคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร เขาดิ้นรนค้นหาตัวตนพร้อมเผชิญกับความขัดแย้งภายในจิตใจ ผ่านประสบการณ์การพบพานและลาจากหลายครั้งท่ามกลางสภาพสังคมรอบตัวและการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ผลงานเรื่องนี้ถ่ายทอดความคิดภายในจิตใจและความรักความปรารถนาของตัวละครออกมาอย่างชัดเจน พร้อมสะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของสังคมที่พวกเขาอาศัยอยู่ รวมไปถึงการเปลี่ยนผ่านของสภาวะทางการเมืองตลอดช่วงเวลาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1990 จนถึงปัจจุบัน และตั้งคำถามให้ฉุกคิดว่า “การมีชีวิตอยู่คืออะไร” ทีมงานสร้างสรรค์ผลงานเรื่องนี้ ประกอบด้วย นักแสดงผู้มากด้วยพรสวรรค์ทั้ง 11 คนซึ่งคัดเลือกจากการออดิชั่นที่กรุงเทพฯ ยูยะ ทซึกะฮาระ จากกลุ่ม contact Gonzo รับหน้าที่เป็นซีโนกราฟเฟอร์ผู้ออกแบบการจัดวางพื้นที่ และ วิชย อาทมาท ผู้กำกับที่น่าจับตามองซึ่งสร้างสรรค์ผลงานในกรุงเทพฯ เป็นหลัก เช่น For What Theatre นอกจากนี้ ยังมีทีมครีเอเตอร์ซึ่งรวบรวมมาจากทั้งไทยและญี่ปุ่นอีกด้วย ห้ามพลาดการแสดงรอบปฐมทัศน์ของโลก!

Biography

นวนิยายต้นฉบับ : อุทิศ เหมะมูล

profile_uthis

อุทิศ เหมะมูล เกิดเมื่อปี 2518 ภูมิลำเนาเดิมเป็นคนแก่งคอย จังหวัดสระบุรี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มีความสนใจในศิลปะหลากหลายแขนงสาขา ทั้งทัศนศิลป์ วรรณกรรม ภาพยนตร์ และดนตรี เคยเป็นดีเจ ทำภาพยนตร์สั้น ผู้กำกับศิลป์หนังไทย สุดท้ายลงเอยด้วยการเขียนหนังสือ ผลงานสร้างชื่อให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างคือนวนิยายลำดับที่สาม ลับแล, แก่งคอย ได้รับรางวัลดีเด่นเซเว่นบุ๊กอวอร์ด ครั้งที่ 6 และรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปี พ.ศ. 2552 และได้รับการพูดถึงว่าเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญแห่งประเทศไทยโดยCNNGo ในปี 2556 ได้รับเชิญไปพูดคุยร่วมกับอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับไทยในงาน “Work in Memory” ซึ่งจัดขึ้นโดย Kyoto City University of Arts Art Gallery @ KCUA เขาได้เขียนนวนิยายขนาดกลางเรื่อง “Kyoto: Hidden Sense” ผ่านการแลกเปลี่ยนกับศิลปินญี่ปุ่นอีก 6 คนในงานนี้ด้วย ปี 2557-2558 เป็นบรรณาธิการนิตยสารวรรณกรรมไทยสองเล่ม คือ Writer Magazine (ยุคที่ 3) และ ‘ปรากฏ’ วารสารวรรณกรรมไทยร่วมสมัย ของ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม ปี 2560 ตีพิมพ์นวนิยาย ร่างของปรารถนา (ใช้ชื่อ”ร่างของปรารถนา”ในฉบับไทย และ “Silhouelette of Desire” ในฉบับอังกฤษ) ในปีเดียวกันนี้เอง และจัดนิทรรศการภาพร่างและภาพวาดของเขาด้วยชื่อ “Silhoulette of Desire” ในกรุงเทพ

ผู้เขียนบทและผู้กำกับ : โทชิกิ โอกาดะ

profile_Okada

เกิดปีพ.ศ. 2516 ณ โยโกฮามา ปัจจุบันพำนักอยู่ที่จังหวัดคุมาโมโต ประเทศญี่ปุ่น เอกลักษณ์ในการแหวกขนบการละครแบบดั้งเดิมของเขา ทำให้ผลงานของโทชิกิเป็นที่จับตามอง ผลงานละครเวทีเรื่อง“Five Days in March” ของเขาได้รับรางวัล Kishida Kunio Drama Award ครั้งที่ 49และได้การจัดแสดงที่เมืองไทยเมื่อปี 2553 ณ ภัทราวดีเธียเตอร์อีกด้วย เขาได้เขียน “ณ จุดสุดท้ายของวาระพิเศษที่เราได้รับมา”เป็นงานเขียนนวนิยายชิ้นแรก ซึ่งได้รับรางวัล Oe Kenzaburo ครั้งที่ 2 ผลงานเด่นอื่นๆ ของโทชิกิได้แก่ “Current Location” และงานเขียนทฤษฎีละครต่างๆ ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป โทชิกิจะขึ้นแท่นเป็นผู้กำกับประจำของโรงละครขนาดใหญ่ในประเทศเยอรมนีเป็นเวลา 3 ซีซั่น

Bangkok Performance Information

“ปรารถนา : ภาพเหมือนการเข้าสิง”
รอบปฐมทัศน์โลก เปิดการแสดงครั้งแรกที่กรุงเทพมหานคร

นวนิยายต้นฉบับโดย : อุทิศ เหมะมูล (ร่างของปรารถนา)
ผู้เขียนบทและผู้กำกับ : โทชิกิ โอกาดะ
ผู้ออกแบบงานศิลป์ : ยูยะ ทซึกะฮาระ
ผู้ช่วยผู้กำกับ : วิชย อาทมาท

นักแสดง : จารุนันท์ พันธชาติ, เขมฌัษ เสริมสุขเจริญชัย, ขวัญแก้ว คงนิสัย, ภาวิณี สมรรคบุตร, ศศพินทุ์ ศิริวาณิชย์, ทัพอนันต์ ธนาดุลยวัฒน์, ธีระวัฒน์ มุลวิไล, ธนพนธ์ อัคควทัญญู, ธงชัย พิมาพันธุ์ศรี, เววิรี อิทธิอนันต์กุล, วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล

Performance Schedule

2018
วันพุธที่ 22 สิงหาคม การแสดงเริ่ม 19:30 น.
วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม การแสดงเริ่ม 19:30 น.
วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม การแสดงเริ่ม 19:30 น.
วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม ทำการแสดง 2 รอบ 13.30★ น. และ 19:30 น.
วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม การแสดงเริ่ม 13:30 น. ★มีเสวนาหลังจบการแสดงในวันเสาร์ที่ 25 รอบ 13:30 น. ■การแสดงเป็นภาษาไทยพร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น

Venue

ศูนย์ศิลปการละครสดใส พันธุมโกมล ชั้น 6 ณ อาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

Ticket price

สำหรับบุคคลทั่วไป ราคา 700 บาท กรณีซื้อบัตรหน้างาน 750 บาท
สำหรับนักศึกษา ราคา 400 บาท กรณีซื้อบัตรหน้างาน 450 บาท
จองบัตรล่วงหน้า 550 บาท (จองและการชำระเงินภายในวันที่ 31 กรกฎาคม)

Ticket booking

โทร : +66-(0)64 679 6768
Email: pratthanabkk@gmail.com
(ไทยและอังกฤษ)

Performer's Biographies

จารุนันท์ พันธชาติ

เริ่มรู้จักละครเวทีจากทีวี เข้าชมละครเวทีครั้งแรกก็ไม่อยากดูอีก จนได้ชมละครสัญจรของกลุ่มมะขามป้อม เรื่อง “เจ้าลอ หล่อล้ำ” ขณะศึกษาอยู่ภาควิชาการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คิดในใจว่าอยากทำละครแบบนี้บ้าง หลังจากนั้นก็ทำละครมาเรื่อยๆไม่เคยได้หยุด โดยทำหน้าที่หมุนเวียน ทั้งผู้ดูแลการผลิต, ผู้กำกับ, ผู้เขียนบท, และนักแสดง ส่วนผลงานการแสดงที่มีรางวัลคือจากภาพยนตร์สั้นเรื่อง “ชิงช้าสวรรค์” ได้รับรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมจากเทศกาล ShortShorts Film Festival & Asia 2016 และ เทศกาลภาพยนตร์สั้นครั้งที่ 20 โดยมูลนิธิหนังไทย นอกจากนี้ยังเป็น Co-artistic Director ของกลุ่มบีฟลอร์, ผู้ก่อตั้งกองทุนกู้ยืมเพื่อสร้างสรรค์ศิลปะการแสดง Take OFF และกำลังร่วมรวบรวมบทละครร่วมสมัยไทยเพื่อแปลและจัดพิมพ์ในชื่อกลุ่ม Collective Thai Scripts

เขมฌัษ เสริมสุขเจริญชัย

รู้จักกับศิลปะการละครเมื่อตอนศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 คณะวิศกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านการชักชวนจาก นก พรชนก กาญจนพังคะ (รุ่นพี่คณะนิเทศศาสตร์ จากนั้นได้มีโอกาสเข้ามาทำงานกับเดโมเครซี่ เธียร์เตอร์สตูดิโอ จากการชักชวนของ เอ๋ ภาวิณี สมรรคบุตร โดยปกติแล้วเป็นนักออกแบบแสง และบางครั้งเป็นนักแสดง เคยได้รางวัลมาบ้างจากโปรดักชั่น Fundamental (รางวัลนักแสดงกลุ่มยอดเยี่ยม IATC Thailand Awards 2016) และ Boxes (รางวัลออกแบบศิลป์ยอดเยี่ยม IATC Awards 2014 ออกแบบแสง) เชื่อว่าศิลปะจะช่วยให้สังคมน่าอยู่ขึ้น หวังว่าตัวเองจะได้มีส่วนช่วยให้สังคมน่าอยู่ขึ้นด้วยศิลปะได้

ขวัญแก้ว คงนิสัย

เป็นนักแสดงและนักร้อง เธอจบการศึกษาในสาขาการแสดงจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และศึกษาต่อในด้าน Music Theatre จากสถาบัน Australian Institute of Music ประเทศออสเตรเลีย  นอกเหนือจากงานถนัดอย่างการร้องเพลงและพากย์เสียง ลูกแก้วยังเป็นนักแสดงผู้ผ่านประสบการณ์การทำงานหลากหลายทั้งละครเวที Musical รวมถึงละครโทรทัศน์  โดยมีผลงานที่ผ่านมา​ เช่น Cabaret, Chicago, Dreamgirls,  หลายชีวิต,​ ไกลกังวล​ musical​ on​ the​ beach, ข้าวนอกนา​ the​ musical,  แสงเทียน​ the​ candle light blues,  Dans La Nua, มาลีเริงระบำ, เป็นต่อ, บ้านนี้มีรัก, เซ็นสื่อรักสื่อวิญญาณ, the​ voice​ thailand​ season3,  the​ x factor 2018, etc. ปัจจุบันลูกแก้วยังคงทำงานในฐานะนักแสดง นักร้อง และนักพากย์​ และยังคงไม่หยุดค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ อย่างทุ่มเทผ่านงานเพลงและงานแสดงที่เธอรัก

ภาวิณี สมรรคบุตร

นอกจากการทำงานด้านศิลปะการแสดงและละครเวทีในฐานะโปรดิวเซอร์ นักออกแบบแสง และผู้ร่วมก่อตั้ง Democrazy Theatre Studio ภาวิณียังเป็นนักแสดงมากความสามารถผู้ฝากฝีมือการแสดงของเธอไว้ในผลงานที่หลากหลาย โดยหลังจบการศึกษาในสาขาการละครจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และสาขาวาทวิทยาและสื่อ สารการแสดงจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภาวิณีได้ร่วมงานกับกลุ่มละครต่างๆ ในประเทศไทยและได้ร่วมแสดงในผลงานของผู้กำกับทั้งในและต่างประเทศ อาทิ อัจจิมา ณ พัทลุง, นิกร แซ่ตั้ง, ประดิษฐ ประสาททอง, วิชย อาทมาท, โอริสะ ฮิราตะ และ มิคุนิ ยานาอิฮาระ ภาวิณีร่วมก่อตั้ง Democrazy Theatre Studio โดยผลิตและพัฒนาผลงานในด้านละครเวที ตลอดจนกิจกรรม เทศกาลละครและศิลปะการแสดงร่วมกับศิลปินนานาชาติ และยังคงทำงานในฐานะนักแสดงอย่างต่อเนื่อง

ศศพินทุ์ ศิริวาณิชย์

จบการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโท สาขาภาษาอังกฤษคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มเป็นนักแสดงละครเวทีตั้งแต่ปี 2548 ศศพินทุ์ร่วมงานและฝึกฝนกับกลุ่มละครหลากหลาย จนได้มาฝึกฝนการแสดงแบบฟิสิคัลเธียเตอร์กับกลุ่มบีฟลอร์เธียเตอร์ตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งเธอได้เป็นหนึ่งในสมาชิกหลักของกลุ่มบีฟลอร์และร่วมแสดงในโปรดักชั่นมากมายทั้งในและต่างประเทศ นอกจากฟิสิคัลเธียเตอร์แล้ว ศศพินทุ์ยังมีประสบการณ์การแสดงประเภทอื่นๆ ด้วย เช่น ละครพูด มิวสิคัล ละครเด็ก เชคสเปียร์ บูโต การเต้นร่วมสมัย เป็นต้น และเริ่มสร้างสรรค์ผลงานของตัวเองตั้งแต่ปี 2556 และร่วมก่อตั้งกลุ่ม For What Theatre ในปี 2558 นอกจากการเป็นศิลปินเธอยังได้รับเชิญให้เป็นอาจารย์พิเศษและผู้นำเวิร์คช็อปด้านการแสดงที่เน้นการใช้ร่าง กายเป็นหลัก รวมถึงได้รับเชิญไปร่วมการประชุมและเทศกาลการแสดงในประเทศต่างๆ ในฐานะศิลปินและผู้จัดการด้านศิลปะการแสดง ล่าสุดเธอได้รับรางวัลการแสดงยอดเยี่ยมโดยศิลปินหญิงประจำปี 2560 โดยชมรมวิจารณ์ศิลปะการแสดง (IATC) และในปี 2561 เธอจะเข้าร่วมกับคณะผู้จัด Bangkok International Performing Arts Meeting (BIPAM) เป็นครั้งแรกในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการศิลป์ 

ทัพอนันต์ ธนาดุลยวัฒน์

นักแสดง ผู้กำกับ และผู้เขียนบทละคร จบการศึกษามาจาก คณะนิเทศศาสตร์ ภาควิชาวาทะวิทยาและสื่อสารการแสดง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำงานในด้านละครตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนมหาวิทยาลัย โดยได้ลองทำงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง และได้เข้าฝึกงานด้านละครเวทีกับคณะละครมรดกใหม่ โดยครูช่าง ชลประคัลภ์ จันทร์เรือง ผมจบการศึกษาด้วยการส่งงานเขียนบทและกำกับละครเวทีเรื่อง แสนหวี LIVE จากนั้นเริ่มทำงานฟรีแลนซ์เต็มตัวทั้งงานแสดงละเวที ภาพยนตร์ ละครทีวี เช่น “ธีรราชา The Musical” “An Inspector Calls” “หลายชีวิต” “นักรบนาวี” “ของขวัญ” สายลับจับแอ๊บ บัลลังค์ ฯลฯ รวมถึงงานเขียนบทละครโทรทัศน์และเวที “สายลับจับแอ๊บ” ""FINS จับหัวใจใส่คีย์รัก” “The judgement” “HEARTCALL” ไปจนถึงงานกำกับละครเวที “ทฤษฎีไม้ยมก” “ระหว่างรอรถประจำทางอีกสี่ร้อยปีกว่า” ""เจ้าบ้าน The host story""

ธีระวัฒน์ มุลวิไล

เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งและ Co- Artistic director ของกลุ่มละครบีฟลอร์ กลุ่มละครที่นำเสนอผลงานผ่านการเคลื่อนไหวร่างกาย เขาเป็นนักแสดงที่ไช้ร่างกายได้หลากหลายและเป็นผู้กำกับที่มากความสามารถ มีผลลงานอย่างต่อเนื่องมากว่า ๒๐ ปี  การแสดงทุกเรื่องของเขามักจะมีเนื้อหาเชิงสังคมการเมืองและประเด็นความรุนแรง ถ่ายทอดงานผ่านองค์ประกอบศิลป์ที่สวยงาม แต่กระตุ้นเตือนให้ผู้ชมได้ตื่นรู้ เขาได้  เพราะเขาเชื่อว่างานศิลปะจะเป็นสื่อกลางในการสร้างบทสนทนา และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นในที่สุด

ธนพนธ์ อัคควทัญญู

จบการศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เอกภาพยนตร์และภาพถ่าย เริ่มทำละครครั้งแรกตอนเข้าปีหนึ่งจากชุมนุมศิลปะและการแสดงของธรรมศาสตร์และหลังจากนั้นก็ทำละครเรื่อยมาจนถึงตอนนี้ ปัจจุบัน มีกลุ่มละครชื่อ Splashing theatre company ซึ่งเริ่มก่อร่างสร้างตัวมาตั้งแต่ปี 2557 ผลงานที่ผ่านมา Whaam!! (A Brief History of Unknown Astronaut) (2558), The Disappearance of The, Boy on a Sunday Afternoon (2559), Thou Shalt Sing : A Secondary Killer's Guide to Pull the Trigger (2560), Teenage Wasteland : Summer, Star and the (lost) Chrysanthemum (2560), Albatross (2561)

ธงชัย พิมาพันธุ์ศรี

ธงชัย พิมาพันธุ์ศรี เป็นผู้ชื่นชอบการทำละคร ไม่ว่าจะเป็นละครพูด ละครมูฟเมนต์ ละครร้องไม่เวิร์กและละครใดๆแบบไหนก็ตาม จบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งดูไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับการทำละครเลย แต่พอดีตอนเรียนทำละครที่ชุมนุม TU DRAMA ได้มีโอกาสทำละครมากมายในปี 4 ของการศึกษาจึงได้ตั้งกลุ่มละคร Splashing theatre ขึ้นมาร่วมกับเพื่อนอีกสองคน แต่เมื่อจบการศึกษา ได้ผันตัวไปเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเพราะกลัวว่าจะไม่มีงานไม่มีเงินและอดตาย แต่สุดท้ายก็รู้ตัวว่าไม่ชอบงานเซอร์วิสจึงออกจากงานและกลับมาทำละครอีกครั้ง

เววิรี อิทธิอนันต์กุล

จบจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเลือกศึกษาในภาควิชาศิลปการละครตั้งแต่อยู่ชั้นปีที่สอง หลังจากเรียนจบก็ได้ทาละครเวทีมาโดยตลอด มีผลงานร่วมกับกลุ่มคณะละครเวทีในประเทศ เช่น คณะละครบีฟลอร์ เดโมเครซีเธียเตอร์สตูดิโอ พระจันทร์เสี้ยวการละคร สแปลชชิ่งเธียเตอร์ เป็นต้น เคยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานที่ได้จัดแสดงในต่างประเทศ เช่น ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเยอรมัน ประเทศสิงคโปร์ ปัจจุบันเป็นนักแสดงอิสระที่นอกจากการทางานด้านละครเวที ยังมีผลงานโฆษณาและภาพยนตร์ เช่น ภาพยนตร์เรื่อง ดาวคะนอง ที่ได้นําไปฉายทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกด้วย

วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล

จบการศึกษาสาขาภาพยนตร์จากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มอาชีพ การเป็นนักแสดงจากการรับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง “รักแห่งสยาม” (2550) โดยมีผลงานภาพยนตร์และซีรีส์ทั้ง ในไทยและต่างประเทศ รวมถึงผลงานการเขียนเนื้อเพลงให้กับศิลปิน ภาพยนตร์ และมิวสิคัล วิชญ์วิสิฐเริ่มต้นงานละครเวทีจากการเป็นนักแสดงในละครเวทีเรื่อง “ฉุยฉายสเน่หา” (2556) ก่อนจะก้าวสู่การทำงานในฐานะศิลปินผู้สร้างงาน โดยละครเพลง Cocktails The Musical (2559) ได้รับรางวัล Best Musical และ Best Performance By Male Artist จากงานประกาศรางวัลชมรมวิจารณ์ศิลปะการละคร (IATC) ล่าสุดวิชญ์วิสิฐมีผลงานการแสดงเดี่ยวในชื่อ Private Conversation : A Farewell To Love Of Siam (2560) ที่เขาเขียนบทและแสดงเอง ปัจจุบันวิชญ์วิสิฐทำงานในแวดวงละครเวทีในฐานะนักแสดง ผู้เขียนบท และผู้กำกับ โดยยังคงไม่ทิ้งงานเพลงและงานเขียนที่เขารัก

Inquiry about performance

precog +81-(0)3-6825-1223 (ภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ)
ติดต่อ : โยโกะ คาวาซากิ (ภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ), พรจิตตรา วงศ์ศรีสวัสดิ์(ภาษาไทย)
Email: pratthanabkk.press@gmail.com หรือ โทรศัพท์ : 064 316 6295

Credit

ออกแบบเครื่องแต่งกาย : เคียวโกะ ฟูจิทานิ (FAIFAI)
ผู้ออกแบบแสง : พรพรรณ อารยวีรสิทธิ์
ผู้ออกแบบเสียง : มาซะมิสึ อารากิ
ผู้ช่วยผู้ออกแบบงานศิลป์และวิดีโอ : ทาคุยะ มัตสึมิ
ควบคุมเทคนิค : คาซูชิ โอตะ
ผู้แปลนวนิยายต้นฉบับ : โช ฟุกุโตมิ
ผู้แปลบทละคร : มุทิตา พานิช
ผู้ร่วมแปล : ภัทรสร คูร์พิพัฒน์, มัทนา จาตุรแสงไพโรจน์
ล่าม : ภัทรสร คูร์พิพัฒน์, ไพบูลย์ ภัทจารีสกุล
ออกแบบสื่อ : ยาสุโวะ มิยามูระ
ภาพวาดต้นแบบสำหรับงานออกแบบสื่อ : อุทิศ เหมะมูล
อำนวยการสร้าง : อากาเนะ นากามุระ
ผู้จัดการฝ่ายผลิต : โยโกะ คาวาซากิ
ผู้ควบคุมผลิต : ทามิโกะ โออุกิ
ผู้ช่วยโปรดิวเซอร์ : เมกูมิ มิซูโนะ, พรจิตตรา วงค์ศรีสวัสดิ์
บัตรเข้าชม : จตุรชัย ศรีจันทร์วันเพ็ญ, นภัค ไตรเจริญเดช, ลัดดา คงเดช
ประชาสัมพันธ์ : เอริโกะ นิชิทานิ (รีเลย์รีเลย์)
จัดโดย The Japan Foundation Asia Center, precog co.,LTD., chelfitsch
สนับสนุน โดย Arts Council Tokyo (Tokyo Metropolitan Foundation for History and Culture), The Saison Foundation
สนับสนุนสถานที่ : ศูนย์ศิลปการละครสดใส พันธุมโกมล คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, เดโมเครซี่ สตูดิโอ
ร่วมสนับสนับสนุน โดย ร้านหนังสือก็องดิด, Bangkok CityCity Gallery, all(zone), ARTIST+RUN GALLERY, หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร,
B-floor Theatre
รับรองโดยสมาคมญี่ปุ่นในประเทศไทย

logo_Asia_Center logo_precog logo_chel

logo_ACT logo_SaisonFoundation

logo_Srinakharinwirot logo-democrazy

logo_japanese-association

logo_beyond2020 logo_worldd

© Pratthana 2018